เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 22 ม.ค. พ.ต.ท.สมนึก สันติภาตะนันท์ พงส. (สบ 3) สน.พหลโยธิน รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ หน้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ใกล้สี่แยกเกษตรฯ ถนนพหลโยธินขาออก แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อม พ.ต.ท.สุรจิตร เปลี่ยนประเสริฐ สว.สส. สน.พหลโยธิน และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องจุดเกิดเหตุอยู่หน้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่น พบกองเลือดกระจายเป็นหย่อมๆ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ หน่วยกู้ภัยฯนำตัวส่ง รพ.วิภาวดีไปแล้ว แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบชื่อนายพรพจน์ โสภาเจริญ อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 114/253 หมู่ 10 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี นักศึกษา ชั้นปี 2 คณะวิศวกรรมโยธา สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย มีบาดแผลถูกยิงเข้ากลางหลัง 1 นัด สะบักซ้าย 1 นัดและก้นกบอีก 2 นัด รวม 4 นัด โดยในที่เกิดเหตุไม่พบ ปลอกกระสุนของคนร้าย
ศึกอุเทนถวาย-ช่างกลปทุมวัน ปะทะเดือดหน้านิติเวช รพ.ตำรวจ ระหว่างรอรับศพเพื่อนที่ถูกจ่อยิง ก้อนอิฐไม้ว่อนกระจายกระจกติติเวชแตก ชาวบ้านแตกฮือหวั่นถูกลูกหลง ผกก.ปทุมวัน พร้อมกำลัง เร่งเข้าเคลียร์พื้นที่ ตรวจค้นพบมีด 5 เล่ม พ่อ นศ. อุเทน รับศพร่ำไห้กับการสูญเสียลูกชาย ที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 23 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตอุเทนถวาย ประมาณ 40 คน เดินทางมารอรับศพ นายพรพจน์ โสภณเจริญ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาโยธา ชั้นปีที่ 3 ที่ยิงเสียชีวิตหน้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่น บริเวณแยกเกษตรเมื่อคืนที่ผ่านมาทั้งนี้ระหว่างที่นักศึกษากลุ่มดังกล่าวรอรับศพอยู่บริเวณด้านหน้าสถาบันนิติเวช ได้มีนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันประมาณ 30 คนก็เดินทางมารับศพ นายนันทศักดิ์ แก้วเขียว อายุ 22 ปี นักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันที่ประสบอุบัติเหตุรถชน เสียชีวิตท้องที่ สภ. พระสมุทรเจดีย์ เมื่อกลุ่มนักศึกษาทั้งกลุ่มมาเผชิญหน้ากันก็เกิดการเขม่นกันขึ้น จากนั้นก็วิ่งเข้าหาตะลุมบอนต่างพยายามหาสิ่งของที่อยู่ใกล้เคียงมาเป็นอาวุธทั้งไม้ ก้อนอิฐ ตะเกียงบูชาพระพุทธรูปกว้างปาทุบตีกันชุลมุน นานประมาณ 5 นาที จนทำให้ทรัพย์สินของราชการกระจกประตูสถาบันนิติเวชแตกเสียหาย ประชาชนหลายคนที่มารอรับศพพากันแตกตื่นตกใจกลัวโดนลูกหลง โดยมีนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตอุเทนถวายบาดเจ็บศรีษะแตกเล็กน้อย 1 คน จากนั้นตำรวจสายตรวจ และสายสืบปทุมวัน ได้เข้ามาแยกนักศึกษาทั้งสองกลุ่มออกจากกันโดยให้นักศึกษาเทคโนโลยีปทุมวัน เข้าไปอยู่ภายในสถาบันนิติเวช และทำการตรวจค้นอาวุธพบมีดปลอกผลไม้ จำนวน 5 เล่ม จึงรอรับศพเพื่อนและจัดรถตู้ไปส่งยังสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันโดยออกทางด้านหลัง
ส่วนกลุ่มนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีราชมงคลให้อยู่บริเวณฟุตบาทด้านหน้าโดยต่อมา พ.ต.อ.ไพศาล ลือสมบูรณ์ ผกก.สน.ปทุมวัน ได้เดินทางมาเจรจาด้วยตนเองว่าให้แยกย้ายกันกลับด้วยความสงบขออย่าให้มีเรื่องเนื่องจากผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องจะได้รับความเดือดร้อน นักศึกษาบางส่วนจึงเดินทางกลับ ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 10 คนก็ยังรอศพด้วยความสงบ โดยมีตำรวจคอยดูแลสถานการณ์ด้านผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์รายหนึ่ง ไม่ขอเปิดเผยชื่อ เล่าว่า ขณะเกิดเหตุเห็นนักศึกษาทั้งสองกลุ่มมายืนเขม่นกัน และบางคนในกลุ่มก็ส่งเสียงตะโกนต่อว่ากัน จากนั้นนักศึกษาเทคโนโลยีปทุมวัน ผู้ชายคนหนึ่งเดินลงมาที่ถนนซึ่งกั้นระหว่างสองกลุ่ม จากนั้นนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตอุเทนถวาย ชายคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามากระโดดถีบ จากนั้นต่างฝ่ายต่างก็กรูกันเข้ามาหยิบฉวยอะไรที่เป็นอาวุธได้ก็ไล่ตี ขว้างปากันชุลมุน จนผู้ที่อยู่บริเวณนั้นต้องวิ่งหนีกระเจิง จนตำรวจเข้ามาระงับเหตุแยกทั้งสองฝ่าย
ต่อมานายสง่า โสณเจริญ พ่อของนายพรพจน์ พร้อมญาติ ได้เดินทางมาติดต่อรับศพ และกล่าวว่า ลูกชายมีความใฝ่ฝันที่จะเข้าที่ที่สถาบันนี้ และก่อนมาเรียนลูกก็บอกกับตนว่าไม่ได้เข้ามาเรียนเพื่อจะมีเรื่องจะตั้งใจศึกษาเล่าเรียนให้จบ ซึ่งตั้งแต่ที่ลูกเรียนมาก็สอบได้ไม่เกินที่ 10 เลย และอยากบอกทุกคนเป็นอุทาหรณ์ว่าขออย่าให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นอีก เพราะการสูญเสียลูกชายครั้งนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่เกินรับได้ เพราะผมมีลูกชายเพียง 2 คน
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้นายสง่า ก็ถึงกับน้ำตาคลอเบ้า และขอยุติการให้สัมภาษณ์เพราะยังอยู่ในอาการโศกเศร้าไม่พร้อมที่จะพูดอะไร ทั้งนี้ศพของนายพรพจน์ ญาติจะนำไปบำเพ็ญกุศล ที่วัดลาดปลาเค้า

เมื่อวันที่ 28 ม.ค. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว. ศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีที่เกิดเหตุการณ์นักศึกษาช่างกลทำร้ายร่างกายกัน ถึงขั้นมีผู้เสียชีวิตว่า วันนี้ตนจะนัดตัวแทนของ 2 สถาบัน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ที่เกี่ยวข้องมาหารือร่วมกัน ว่าจะมีทางออกในทางแก้ปัญหาอย่างไร และคงต้องใช้มาตรการด้านการป้องปรามและมาตรการลงโทษอย่างเด็ดขาดควบคู่กันไป โดยจะเริ่มต้นที่ตัวสถาบันและอาจารย์
"ถ้าสถาบันกวดขันอย่างจริงจังและดูแลเอาใจใส่จริงๆ ชี้นำนักศึกษาไปในทางที่ถูกต้อง คิดว่าคงจะสามารถคลี่คลายปัญหาไปได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าพบว่ายังกระทำความผิดอีก คงต้องดำเนินการทั้งทางวินัยและทางกฎหมาย มีมาตรการลงโทษอยู่แล้ว เช่น ถ้าหากมีครูเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีนักศึกษาตีกัน ก็จะถูกลงโทษทางวินัยของสถานศึกษาและต้องถูกลงโทษทางอาญา ทั้งนี้หากสถานศึกษาใดไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องนี้ปล่อยให้เกิดขึ้นเรื้อรัง คณะกรรมการอุดมศึกษา(กกอ.) สามารถที่จะเสนอมาตรการขึ้นมาใช้ลงโทษด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่ง หรืออาจจะพิจารณาให้หยุดการเรียนการสอน ในภาควิชาสาขานั้นๆ หรือถึงขั้นปิดสถานศึกษา" นายจุรินทร์ กล่าว
RIP ให้กับผู้ที่จากไปค่ะ
